ข่าวล่าสุดของเรา

ศัลยกรรมตาโต, Big eyes surgery
วันที่ 23/04/2026

Big eyes surgery คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?

ดวงตา เป็นจุดดึงดูดสายตาที่สำคัญที่สุดบนใบหน้าเลยก็ว่าได้ การมีดวงตากลมโต สดใส จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง รวมถึงทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แต่เชื่อว่าหลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงของตา เช่น ตาเล็ก ตาปรือ หรือตาที่ดูง่วงตลอดเวลา ถ้าหากอยากเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง มีวิธีไหนบ้างที่เห็นผลที่สุด? การทำ Big eyes surgery หรือการทำศัลยกรรมตาโต เป็นทางออกทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน Top Med World จะพาไปรู้จักว่าศัลยกรรมตาโต คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงอะไรที่ต้องรู้ ดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างไร มีระยะพักฟื้นนานเท่าไหร่ Big eyes surgery ศัลยกรรมตาโต คืออะไร? Big eyes surgery คือการผ่าตัดปรับแต่งรูปทรงของตาเพื่อให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น กลมโตมากขึ้น ดูสดใส มีมิติ และมีความยาวที่สมส่วนกับใบหน้าที่ไม่ใช่แค่การทำตาสองชั้นทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกันเพื่อเปิดพื้นที่ของดวงตาในทิศทางต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตาเล็ก ตาตี่ หรือตาปรือให้ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่จะใช้ 4 เทคนิค เทคนิคหลักรายละเอียดการผ่าตัดผลลัพธ์ที่ได้Epicanthoplastyการผ่าตัดเปิดหัวตาเพื่อนำเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ปิดบริเวณหัวตาออกดวงตาดูยาวขึ้น หัวตาดูเปิดกว้าง และช่วยให้สันจมูกดูโด่งขึ้นเล็กน้อยLateral Canthoplastyการผ่าตัดขยายมุมหางตาออกไปด้านข้างหรือปรับองศาหางตาดวงตาดูเรียวยาว สมส่วน และลดลักษณะตาที่ดูสั้นหรือแคบPtosis Correctionการเย็บปรับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Muscle)แก้ไขอาการตาปรือ ลืมตาได้เต็มที่ เห็นตาดำชัดเจนและกลมโตขึ้นLower Eyelid Surgeryการปรับขอบตาล่างให้โค้งมนหรือสร้างชั้นเนื้อบริเวณขอบตา (Dolly Eyes)ดวงตาดูแบ๊ว สดใส มีมิติ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ Big eyes surgery มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง? การทำ Big eyes surgery จะต้องมีการประเมินก่อนว่าดวงตามีปัญหาอะไรบ้าง และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความประณีตของศัลยแพทย์ โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ การปรึกษาและประเมินโครงสร้างดวงตา: แพทย์จะทำการประเมินปัญหาดวงตาเดิม เช่น ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และระดับความรุนแรงของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพื่อออกแบบดวงตาให้รับกับใบหน้าการให้ยาชาหรือยาสลบ: โดยส่วนใหญ่จะใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับอย่างอ่อน เพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บปวดระหว่างการผ่าตัดการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา: แพทย์จะทำการกรีดแผล (อาจจะเป็นแบบกรีดสั้นหรือกรีดยาว ขึ้นอยู่กับการประเมิน) จากนั้นจะทำการเย็บรั้งกล้ามเนื้อตา (Levator muscle) ให้ตึงขึ้น เพื่อให้เปลือกตายกขึ้นและเห็นตาดำได้ชัดเจนยิ่งขึ้นการทำหัตถการร่วม (ถ้ามี): หากคนไข้มีหนังตาปิดหัวตาหรือหางตาสั้น แพทย์อาจทำการเปิดหัวตาหรือหางตาร่วมด้วยการเย็บปิดแผล: แพทย์จะทำการเย็บสร้างชั้นตาใหม่และปิดปากแผลด้วยไหมเส้นเล็กพิเศษ เพื่อให้เกิดรอยแผลเป็นน้อยที่สุดBig eyes surgery เหมาะกับใครบ้าง? การศัลยกรรมตาโตไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนที่มีตาเล็กเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุดเกี่ยวกับดวงตา ดังนี้:ผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือตาเล็กมาก: ต้องการให้ดวงตาดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้นผู้ที่มีเนื้อคลุมหัวตาหนา: ทำให้ดวงตาดูสั้นและดูเหมือนตาเหล่เข้าหากันผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: มีอาการตาปรือ ดูง่วงนอนตลอดเวลา หรือลืมตาได้ไม่เต็มที่ผู้ที่มีหางตาชี้ขึ้นหรือสั้นเกินไป: ต้องการปรับลุคให้ดูหวานและเป็นมิตรมากขึ้นผู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้วแต่ยังไม่พอใจ: ต้องการให้ดวงตาเปิดกว้างและเห็นตาดำชัดเจนขึ้นความแตกต่างระหว่างทำตาสองชั้นปกติกับการผ่าตัดตาโต การทำตาสองชั้น Eyelid surgery จะมีความแตกต่างที่ต้องรู้เมื่อเทียบกับการทำ Big eyes surgery คุณสมบัติการทำตาสองชั้น (Double Eyelid Surgery)การผ่าตัดตาโต (Big eyes surgery)จุดประสงค์หลักสร้างรอยพับชั้นตาให้ชัดเจนขึ้นปรับระดับการลืมตาให้เห็นตาดำมากขึ้น ดวงตาดูเบิกกว้างเทคนิคหลักกรีดตัดหนังตาและไขมันส่วนเกิน เย็บชั้นตาปรับความตึงของกล้ามเนื้อตา (Levator) ร่วมกับการทำตาสองชั้นผลลัพธ์ที่ได้มีชั้นตาที่สวยงาม (แต่ตาอาจไม่ดูเบิกกว้างขึ้นหากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง)ดวงตากลมโต สดใส เห็นตาดำชัดเจน ไม่ต้องเลิกคิ้วเวลาลืมตา Big eyes surgery มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงไหม? เช่นเดียวกับการศัลยกรรมทุกประเภท การทำตาโตมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ:อาการบวมช้ำและรอยแดง: เป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัดและจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์อาการตาแห้ง: เนื่องจากการเปิดพื้นที่ดวงตาให้กว้างขึ้น ทำให้น้ำตาระเหยได้ง่ายขึ้นในช่วงแรกความไม่สมมาตร: ดวงตาสองข้างอาจมีขนาดหรือองศาที่แตกต่างกันเล็กน้อยในช่วงที่ยังบวมอยู่แผลเป็น: โดยเฉพาะบริเวณหัวตาที่มีโอกาสเกิดรอยแดงหรือแผลนูนได้ง่ายกว่าจุดอื่น หากดูแลไม่ถูกวิธีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น การติดเชื้อ หรือเยื่อบุตาบวม (Chemosis) ซึ่งพบได้น้อยหากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดตาโต Big eyes surgery การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ในช่วง 3 วันแรกควรประคบเย็น อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดอาการบวมและเลือดออก หลังจากวันที่ 4 เป็นต้นไปให้เปลี่ยนมาประคบอุ่น เพื่อช่วยสลายรอยช้ำและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ควรนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อช่วยให้อาการยุบบวมได้เร็วขึ้นระยะเวลาพักฟื้นหลัง Big eyes surgery หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมตาโต Big eyes surgery แล้ว ระยะเวลาในการพักฟื้นอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ในเคสที่ซับซ้อนหรือมีการใช้เทคนิคเยอะ โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาพักฟื้นจะแบ่งตามช่วงเวลา ดังนี้ 1-3 วันแรก: เป็นช่วงที่มีอาการบวมและช้ำมากที่สุด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ7-10 วัน: อาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นช่วงเวลาที่แพทย์มักนัดตัดไหม2-4 สัปดาห์: แผลเริ่มแห้งสนิท สามารถเริ่มแต่งหน้าเบาๆ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ3-6 เดือน: ชั้นตาและรูปทรงดวงตาจะเริ่มเข้าที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติที่สุดทำ Big eyes surgery กับ Top Med World ในประเทศไทยประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านศัลยกรรมความงามระดับโลก โดยเฉพาะการศัลยกรรมตาที่มีเทคนิคทันสมัยและศัลยแพทย์ที่มีความประณีตสูง การเลือกทำ Big eyes surgery ในประเทศไทยจึงมอบความคุ้มค่าทั้งในด้านราคาและคุณภาพการรักษาที่ได้มาตรฐานสากลที่ Top Med World เรามุ่งมั่นคัดสรรเฉพาะคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่พึงพอใจสูงสุด พันธมิตรของเราประกอบด้วยสถานพยาบาลชั้นนำ เช่น: ID Clinic (ไอดี คลินิก)Wansiri Hospital (โรงพยาบาลวรรณสิริ)Masterpiece Hospital (โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช)Kamol Cosmetic Hospital (โรงพยาบาลกมล)Bangkok Hospital (โรงพยาบาลกรุงเทพ)หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น สามารถติดต่อสอบถามแพ็คเกจและโปรโมชันพิเศษผ่านทาง Top Med World เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและนัดหมายแพทย์ได้อย่างสะดวกสบาย คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Big eyes surgery1. ทำ Big eyes surgery แล้วตาจะดูหลอกหรือดูไม่เป็นธรรมชาติไหม?หากทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีการออกแบบที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมาก ดวงตาจะดูสดใสขึ้นโดยไม่ดูเหมือน "ตาหอยแครง" หรือดูแข็งจนเกินไป2. การทำ Big eyes surgery เจ็บไหม?ในระหว่างการผ่าตัดจะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดหรือยาสลบ ทำให้ผู้เข้ารับบริการไม่รู้สึกเจ็บ แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือปวดเล็กน้อยหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง3. ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมตาโตอยู่ได้นานแค่ไหน?โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการทำ Big eyes surgery จะอยู่ได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตาม รูปทรงของดวงตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้นและความหย่อนคล้อยของผิวหนังตามธรรมชาติ4. หลังผ่าตัดกี่วันถึงจะแต่งหน้าได้?ควรงดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาจนกว่าจะตัดไหมและแผลแห้งสนิท ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคืองต่อแผลผ่าตัด

Genioplasty ศัลยกรรมเสริมคาง วันที่ 10/02/2026

Genioplasty คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Genioplasty (Chin Augmentation) คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อปรับรูปทรงคางให้เกิดความสมดุลกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า แก้ไขปัญหาคางสั้น คางถอย คางเบี้ยว หรือคางไม่ได้สัดส่วน โดยแพทย์สามารถเลื่อนกระดูกคางไปด้านหน้า ด้านหลัง หรือปรับแนวคางให้เรียวสวยขึ้นได้อย่างถาวร ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ให้เหมาะสมกับโครงหน้าแต่ละบุคคลผู้ที่สนใจ ผ่าตัดเสริมคางในประเทศไทย มักมีคำถามว่าGenioplasty มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง ใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน มีความเสี่ยงหรือไม่ และต่างจากการฉีดฟิลเลอร์คางอย่างไร รวมถึงคลินิกหรือโรงพยาบาลในประเทศไทยที่แนะนำมีที่ใดบ้างTop Med World ผู้ให้บริการด้าน Medical Tourism พร้อมให้คำแนะนำครบทุกขั้นตอนGenioplasty (Chin Augmentation) คืออะไรGenioplasty หรือ Chin Augmentation คือการศัลยกรรมปรับรูปทรงคางเพื่อให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลและได้รูปมากขึ้น เป็นการแก้ไขที่โครงสร้างกระดูกคางโดยตรง จึงให้ผลลัพธ์ที่ถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา เช่นคางสั้น หรือคางถอยคางเบี้ยว ไม่สมมาตรใบหน้าดูกลม หน้าสั้นต้องการปรับโครงหน้าแบบถาวรการทำ Genioplasty ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำศัลยกรรมในประเทศไทยGenioplasty มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไรการผ่าตัดเสริมคาง Genioplasty แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้1. Sliding Genioplastyเป็นการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง โดยแพทย์จะตัดกระดูกคางส่วนปลายแล้วเลื่อนตำแหน่งไปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน หรือด้านล่าง ตามความเหมาะสม จากนั้นยึดด้วยสกรูหรือเพลตจุดเด่นผลลัพธ์ถาวร ดูเป็นธรรมชาติปรับองศาและรูปทรงคางได้ละเอียดเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างคางชัดเจนข้อควรพิจารณาเป็นการผ่าตัดใหญ่ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าวิธีอื่น2. Chin Implantเป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคน วางบนกระดูกคางเดิม โดยไม่ต้องตัดกระดูก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวหรือความนูนของคางจุดเด่นผ่าตัดง่ายใช้เวลาน้อยพักฟื้นเร็วข้อจำกัดผลลัพธ์อาจไม่เป็นธรรมชาติเท่า Sliding Genioplasty3. Chin LiposuctionChin Liposuction จะเป็นการดูดไขมันบริเวณคางหรือใต้คาง เพื่อจัดรูปทรงให้คางและกรอบหน้าชัดเจนขึ้น มักทำร่วมกับ Sliding Genioplasty หรือ Chin Implant เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดGenioplasty มีขั้นตอนอย่างไรบ้างการผ่าตัด Sliding Genioplasty จะทำภายใต้การดมยาสลบ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้การวางแผนการรักษา ใช้ X-ray หรือ CT Scan เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกและตำแหน่งเส้นประสาทการเปิดแผลผ่าตัด ส่วนใหญ่อยู่ด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกล่าง เพื่อไม่ให้เห็นแผลเป็นภายนอกการปรับรูปทรงคาง แพทย์ทำการตัดและเลื่อนกระดูกคาง หรือใส่ซิลิโคนเสริมคางการยึดกระดูก ใช้เพลตหรือสกรูขนาดเล็กยึดให้กระดูกคางอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการการเย็บปิดแผล ใช้ไหมละลายเย็บแผลภายในช่องปากGenioplasty พักฟื้นกี่วัน มีความเสี่ยงอะไรบ้างโดยทั่วไป การพักฟื้นหลังผ่าตัด Genioplasty จะใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน เพื่อให้บวมยุบและเห็นรูปทรงคางชัดเจน7 วันแรก: บวมและช้ำค่อนข้างมาก10–14 วัน: อาการตึงยังมีอยู่บ้าง แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอาการชาบริเวณคางหรือริมฝีปาก (อาจเป็นนานหลายเดือน)การติดเชื้อกระดูกหรือซิลิโคนเคลื่อน หากได้รับการกระแทกแรงผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับความคาดหวังการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากGenioplasty กับการฉีดฟิลเลอร์คาง ต่างกันอย่างไรความแตกต่างหลักระหว่าง Genioplasty และ การฉีดฟิลเลอร์คาง ได้แก่ผลลัพธ์: ผ่าตัดให้ผลถาวร / ฟิลเลอร์อยู่ชั่วคราวการพักฟื้น: ผ่าตัดใช้เวลานานกว่าการแก้ไขโครงสร้าง: Genioplasty แก้ที่กระดูกโดยตรงราคา: ผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในระยะสั้น แต่คุ้มค่าในระยะยาวคลินิก Genioplasty ในประเทศไทย กับ Top Med Worldประเทศไทยเป็น ศูนย์กลาง (Hub) ด้านศัลยกรรมความงามระดับโลก รวมถึงการทำ Genioplasty หรือ Chin Augmentation ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทันสมัย และค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้มากกว่าประเทศตะวันตกTop Med World คือที่ปรึกษาด้าน Medical Tourism ที่ช่วยดูแลผู้เข้ารับการผ่าตัดในประเทศไทยแบบครบวงจร โดยร่วมมือกับคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำ เช่นID ClinicWansiri HospitalMasterpiece HospitalKamol Cosmetic HospitalBangkok Hospitalหากคุณต้องการข้อมูล แพ็กเกจราคา โปรโมชั่นพิเศษ หรือการนัดหมายพบแพทย์ (On-site / Online Consultation) ติดต่อ Top Med World เพื่อเริ่มต้นการวางแผนศัลยกรรมเสริมคางในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ

Fat grafting วันที่ 27/01/2026

Fat grafting หรือ Fat transfer face คืออะไร

Fat grafting หรือ Fat transfer face คือหัตถการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณต่างๆ ที่มีไขมันส่วนเกิน เช่น บริเวณต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง และเข้าสู่กระบวนการคัดแยกโดยจะแยกเฉพาะเซลล์ไขมันที่แข็งแรง จากนั้นจะทำการฉีดไปที่ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูเต่งตึงหรือดูเด็กลง เป็นที่รู้จักกันหรือเรียกกันว่า “ฉีดไขมันหน้าเด็ก” นั่นเอง ถือเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเด็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วข้อดีข้อเสีย มีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำหรือไม่ ต่างจาก Filler อย่างไร มีวิธีการดูแลหลังการทำอย่างไรบ้าง ทำที่ไหนดี? เรา Top Med World ผู้ให้บริการ Medical Tourism จะมาอธิบายข้อดีและข้อเสียของการ Fat grafting หน้าการทำ Fat grafting หรือ Fat transfer face จะมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เช่นข้อดีมีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นไขมันภายในร่างกายตัวเอง ไม่มีโอกาสเกิดอาการแพ้คุ้มค่าในระยะยาว ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าหากฉีดทั่วหน้าให้ความเป็นธรรมชาติ ให้สัมผัสที่นิ่มนวลและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าให้ผิวพรรณที่ดีขึ้น เพราะในไขมันจะมีสเต็มเซลล์ ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ดูกระชับขึ้นข้อเสียอาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำได้มากกว่าฟิลเลอร์ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจไม่ติดแบบ 100% ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์หรือการดูแลตัวเองหลังฉีดอาจเจ็บมากกว่า เพราะต้องดูดไขมันด้วยและฉีดด้วยขั้นตอนการทำ Fat grafting หรือ Fat transfer faceกระบวนการขั้นตอนการทำ Fat grafting หรือฉีดไขมันหน้าเด็ก สามารถอธิบายพอสังเขปให้เข้าใจได้ง่ายๆ 3 ขั้นตอน ดังนี้การดูดไขมัน โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชาและดูดไขมันจากจุดที่แพทย์วิเคราะห์แล้วว่าเป็นจุดที่มีไขมันคุณภาพมากที่สุดอย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้ไขมันตายคัดแยกไขมัน โดยการนำไขมันที่ได้ไปเข้าเครื่องปั่นเหวี่ยงเพื่อแยกน้ำ เลือดและยาชาออกให้เหลือแต่เซลล์ไขมันบริสุทธิ์ฉีดไขมัน โดยแพทย์จะนำไขมันคุณภาพที่ฉีดออกมาและผ่านการปั่นเหวี่ยงมาฉีดเติมบริเวณใบหน้าในชั้นผิวหนัง เพื่อปั้นรูปหน้าตามที่แพทย์เห็นสมควรหรือออกแบบมาแล้วFat grafting อยู่ได้นานแค่ไหนอายุหลังจากการฉีดไขมันหน้าเด็กหรือ Fat grafting ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เพราะในช่วง 3 เดือนแรกไขมันจะสลายไปบางส่วน หลังจากนั้น ไขมันที่เหลือหรือไขมันที่รอดชีวิตและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงได้ ก็จะอยู่ได้นานหลายปีหรืออาจอยู่ได้แบบถาวร แต่ในระยะยาว เซลล์ไขมันก็จะเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุ รวมถึงเซลล์ไขมันอาจขยายหรือหดได้ตามน้ำหนักตัวด้วยเช่นกันต้องทำซ้ำหรือไม่แล้วแต่กรณี บางคนอาจควรทำซ้ำ 1-2 ครั้งเพื่อให้ได้ปริมาตรที่พอดีหรืออาจทำซ้ำห่างครั้งแรกประมาณ 3-6 เดือน เพราะการฉีดครั้งแรก ไขมันอาจหายไปประมาณ 30%-50% แต่บางคนครั้งเดียวก็อาจเพียงพอแล้วระหว่าง Fat grafting กับ Filler ต่างกันอย่างไรการทำ Fat grafting จะมีความแตกต่างกับการฉีด Filler พอสมควร ทั้งในเรื่องของที่มาของสาร การพักฟื้น รวมถึงอายุ Fat Grafting (ฉีดไขมันหน้าเด็ก)Filler (ฟิลเลอร์ HA)สารที่ใช้ไขมันตัวเอง (ธรรมชาติ 100%)สารไฮยาลูรอนิค แอซิด (สังเคราะห์)ความเจ็บเจ็บ 2 จุด (จุดดูด + จุดฉีด)เจ็บจุดเดียว (จุดฉีด)การพักฟื้นบวมนาน 7-14 วันบวมน้อย หรือสวยทันทีหลังทำอายุถาวร (สำหรับเซลล์ที่รอด)ชั่วคราว (6 - 18 เดือน แล้วสลายหมด)ความแม่นยำควบคุมรูปทรงยากกว่าเล็กน้อยปั้นทรงได้เป๊ะ แม่นยำสูง (เช่น คาง, ปาก)เหมาะกับใครคนที่ต้องการเติม ทั่วใบหน้า หรือใช้ปริมาณเยอะคนที่ต้องการเติม เฉพาะจุด หรือต้องการความเป๊ะวิธีดูแลหลังการทำ Fat graftingนอกจากการทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดแล้ว เพื่อให้ไขมันติดทนและหายบวมได้เร็วมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ควรปฏิบัติ จะมีด้วยกันดังนี้ในช่วงแรกหรือช่วง 3-5 วันแรกยังไม่ควรประคบร้อนหรือประคบเย็นจัด เพราะอาจทำให้เซลล์ไขมันตายได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเมื่อต้องการประคบเย็นลดบวมห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ นอนหมอนสูงและนอนหงายประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันหน้าเบี้ยวและลดอาการบวมทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดอย่างน้อย 1 เดือน เพราะอาจทำให้ไขมันตายเร็วและทำลายเส้นเลือดฝอยFat grafting ในประเทศไทย กับ Top Med Worldประเทศไทยเป็น Hub ด้านศัลยกรรมความงามที่มีชื่อเสียงมากสำหรับการทำ Fat grafting หรือ Fat transfer face เพราะแพทย์ที่นี่มีความเชี่ยวชาญสูง มีเทคนิคต่างๆ ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ราคาถูกกว่า (ขึ้นอยู่กับเทคนิค เทคโนโลยี ทำแบบเหมาเฉพาะหน้า หรือทำเฉพาะจุด) พร้อมโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำทั่วประเทศไทย เลือกเรา Top Med World เป็นที่ปรึกษาด้านการเข้ามาศัลยกรรมความงามในประเทศไทย เรามีคลินิกและโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านความสวยความงามรองรับ เช่นID clinic ไอดี คลินิกWansiri Hospital โรงพยาบาล วรรณสิริโรงพยาบาล มาสเตอร์พีช Masterpiece Hospitalโรงพยาบาล กมลKamol Cosmetic Hospitalโรงพยาบาล กรุงเทพ Bangkok Hospitalหากท่านต้องการทราบข้อมูลทางบริษัท Top Med World ได้นำเสนอ แพ็คเกจราคา โปรโมชั่นพิเศษ ศัลยกรรมหัตถการ ของโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำของประเทศไทยและทั่วโลก ติดต่อเรา เพื่อการนัดหมาย พบแพทย์ หรือ ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์  

Phalloplasty วันที่ 27/01/2026

Phalloplasty คืออะไร ผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย มีขั้นตอนอย่างไร

Phalloplasty คือการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายหรือสร้างองคชาติขึ้นมา โดยการนำเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นของร่างกายมาสร้างเป็นอวัยวะเพศใหม่ โดยมีเป้าหมายให้รูปลักษณ์เหมือนหรือใกล้เคียงกับอวัยวะเพศชายจริง สามารถยืนปัสสาวะได้ และบางกรณีก็อาจทำให้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังการใส่อุปกรณ์ที่มีส่วนช่วยให้แข็งตัวแล้ว Phalloplasty เหมาะกับใครบ้าง มีกี่ประเภท มีขั้นตอนการผ่าตัดอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงอย่างไรบ้าง การดูแลหลังผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายสามารถทำได้อย่างไร ทำไมถึงควรทำในประเทศไทย? เรา Top Med World ผู้ให้บริการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ จะมาแนะนำPhalloplasty คืออะไรPhalloplasty คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยืนยันเพศสภาพให้มีลักษณะเป็นชายโดยการสร้างอวัยวะเพศชายหรือองคชาตให้มีรูปทรงใกล้เคียงกับอวัยวะเพศชาย โดยการนำเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง แขน ขา มาทำเป็นรูปทรงอวัยวะเพศ และเป็นการผ่าตัดต่อท่อปัสสาวะเพื่อให้สามารถยืนปัสสาวะได้ เป็นการสร้างส่วนปลายองคชาต การสร้างถุงอัณฑะ การปิดช่องคลอด และการทำแกนองคชาต ความเหมาะสมในการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายนี้จะสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมได้ดีจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจมีขั้นตอนที่มากกว่าหรือน้อยกว่าPhalloplasty เหมาะกับใครบ้างPhalloplasty จะเหมาะกับชายข้ามเพศ (Transgender Men) ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง แต่ต้องได้รับฮอร์โมนเพศชายมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี และต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้วว่าเหมาะสมในการเข้ารับการผ่าตัด มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง ผลลัพธ์ รวมถึงต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีความพร้อมทางจิตใจด้วยเช่นกันและการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายก็เหมาะกับผู้ชายโดยกำเนิดที่สูญเสียอวัยวะเพศ และผู้ที่มีปัญหาภาวะอวัยวะเพศกำกวม (Ambiguous genitalia) หรือภาวะ Micropenis หรืออวัยวะเพศเล็กผิดปกติขั้นรุนแรงด้วยเช่นกันการผ่าตัด Phalloplasty มีกี่ประเภทในการแบ่งประเภทการผ่าตัด Phalloplasty เราจะแบ่งประเภทตามจุดต่างๆ ที่นำเนื้อเยื่อมาใช้ โดยแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้เข้ารับการผ่าตัดและการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเภทต่างๆ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้1. Radial Forearm Flap (RFF) – เนื้อเยื่อจากท้องและแขน เป็นที่นิยมที่สุดเนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้จะมีความบาง ยืดหยุ่น และมีเส้นประสาทที่ดีมาก ทำให้รับความรู้สึกได้ดีเยี่ยม แต่จะมีแผลเป็นขนาดใหญ่ที่แขนอย่างชัดเจน และต้องปลูกถ่ายผิวหนังจากที่อื่นมาปิดแผลที่แขน2. Anterolateral Thigh Flap (ALT) – เนื้อเยื่อจากหน้าขา ซ่อนแผลเป็นได้ง่ายกว่าเนื่องจากอยู่ในร่มผ้า ผิวหนังหนากว่า เหมาะกับคนที่แขนเล็กเกินไป ความรู้สึกอาจไม่ไวเท่าแบบแขน และหากผู้ป่วยมีไขมันหน้าขามาก อวัยวะเพศที่สร้างใหม่อาจจะดูใหญ่เทอะทะและตกแต่งยาก3. Musculocutaneous Latissimus Dorsi (MLD) – เนื้อเยื่อจากหลัง แผลเป็นซ่อนอยู่ด้านหลัง สามารถสร้างขนาดที่ใหญ่ได้ แต่การเชื่อมต่อเส้นประสาททำได้ยากกว่า ความรู้สึกทางเพศอาจน้อยกว่าสองแบบแรก4. Abdominal Flap – เนื้อเยื่อจากหน้าท้อง แผลเป็นซ่อนง่ายที่สุด ขั้นตอนผ่าตัดซับซ้อนน้อยกว่า มักไม่มีเส้นประสาทเชื่อมต่อเพื่อความรู้สึกทางเพศ และมักใช้เพื่อความสวยงามหรือยืนปัสสาวะเท่านั้นPhalloplasty มีขั้นตอนการผ่าตัดอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรขั้นตอนการผ่าตัด Phalloplasty นั้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ผ่าตัด สภาพร่างกาย และความเหมาะสมว่าจะใช้เนื้อเยื่อส่วนไหนในการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดสำหรับผู้ที่ต้องการผ่าตัด Phalloplasty จะต้องได้รับการรับรองจากจิตแพทย์ควรได้รับฮอร์โมนเพศชายอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปีงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 3-6 เดือน เป็นการเตรียมพร้อมที่สำคัญมากทำเลเซอร์กำจัดขนขั้นตอนการผ่าตัดขั้นตอนการผ่าตัดนั้นจะเป็นการผ่าตัดแบบหลายขั้นตอนระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้น: ศัลยแพทย์จะเลาะเนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นเลือด และเส้นประสาทจากจุดที่เลือก (เช่น แขน) มาม้วนทำเป็นท่อ 2 ชั้น (ท่อในเป็นท่อปัสสาวะ ท่อนอกเป็นตัวอวัยวะ) แล้วนำไปต่อเข้ากับบริเวณอวัยวะเพศเดิม ทำการต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทด้วยกล้องจุลทรรศน์ระยะที่ 2 ระยะตกแต่ง: หลังแผลหายดี (ประมาณ 6 เดือน) อาจมีการตกแต่งหัวอวัยวะเพศ (Glansplasty) สร้างถุงอัณฑะ (Scrotoplasty) และปิดช่องคลอด (Vaginectomy) หากยังไม่ได้ทำระยะที่ 3 ระยะใส่แกนองคชาต: เมื่อทุกอย่างเข้าที่และมีความรู้สึกแล้ว (ประมาณ 1 ปีขึ้นไป) จะทำการผ่าตัดใส่ แกนองคชาตเทียม (Penile Implant) เพื่อให้สามารถแข็งตัวได้สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ผลข้างเคียงและความเสี่ยงของการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย Phalloplastyการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชาย Phalloplasty นั้นจะมีความเสี่ยงหรือเกิดผลข้างเคียงได้ เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่อย่างหนึ่งที่มีความเสี่ยง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อยที่สุด อาจเกิดภาวะท่อปัสสาวะตีบตันหรือท่อปัสสาวะรั่ว รวมถึงภาวะเนื้อเยื่อตายเนื่องจากเส้นเลือดเชื่อมต่อไม่ดี รวมถึงปัญหาของจุดรับเนื้อเยื่ออาจหายช้าการดูแลหลังผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายการพักฟื้น Phalloplasty จะใช้เวลานานในการพักฟื้นและต้องดูแลอย่างเคร่งครัด โดยระยะพักฟื้นในโรงพยาบาล แพทย์จะให้พักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ และพักที่บ้านอีกประมาณ 4-6 สัปดาห์ พร้อมใส่สายสวนปัสสาวะไปสักระยะหนึ่ง พร้อมดูแลแผลให้แห้งสะอาด และอาจต้องทำกายภาพบำบัดด้วยหากใช้เนื้อเยื่อจากแขนPhalloplasty ในประเทศไทย กับ Top Med Worldในประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางของการศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศระดับโลกรวมถึง Phalloplasty ด้วยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมากด้วยประสบการณ์ พร้อมโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำที่มีชื่อเสียง และมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรปหรือสหรัฐฯ และที่ Top Med World เราเป็นผู้ให้บริการ Medical Tourism ที่พร้อมให้บริการทุกท่านแบบครบวงจร พร้อมด้วยโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำ เช่นID clinic ไอดี คลินิกWansiri Hospital โรงพยาบาล วรรณสิริโรงพยาบาล มาสเตอร์พีช Masterpiece Hospitalโรงพยาบาล กมลKamol Cosmetic Hospitalโรงพยาบาล กรุงเทพ Bangkok Hospitalหากท่านต้องการทราบข้อมูลทางบริษัท Top Med World ได้นำเสนอ แพ็คเกจราคา โปรโมชั่นพิเศษ ศัลยกรรมหัตถการ ของโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำของประเทศไทยและทั่วโลก ติดต่อเรา เพื่อการนัดหมาย พบแพทย์ หรือ ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์

ร่อง 11 Sexy Line วันที่ 08/12/2025

ร่อง 11 หรือ Sexy line คืออะไร?

ร่อง 11 คือเส้นแนวตั้ง 2 เส้นบริเวณหน้าท้องด้านข้างของกล้ามเนื้อท้องที่คล้ายเลข 11 เส้นที่ว่านี้คือ Linea Semilunaris เป็นเส้นแบ่งระหว่างกล้ามเนื้อท้องส่วนกลางและกล้ามเนื้อด้านข้าง ซึ่งการมีร่อง 11 จะหมายความว่ามีไขมันหน้าท้องน้อยและกล้ามเนื้อกระชับ ดูดี แข็งแรง หรือที่หลายคนเรียกร่องนี้ว่า Sexy Line นั่นเองแล้วร่อง 11 หรือ Sexy Line ต่างกับ Six Pack อย่างไร สามารถสร้างร่องนี้ได้ด้วยวิธีไหนบ้าง การดูดไขมัน Sexy Line คืออะไร ใครบ้างที่เหมาะสมในการทำ มีขั้นตอนและการดูแลอย่างไร Top Med World จะมาแนะนำ  ร่อง 11 หรือ Sexy Line กับ Six Pack ต่างกันอย่างไร?ความแตกต่างระหว่างร่อง 11 หรือ Sexy Line กับ Six Pack นั้นจะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์และความชัดเจนของร่องกล้ามเนื้อ ลักษณะ ความรู้สึก รวมถึงความนิยมด้วยเช่นกันคุณสมบัติร่อง 11 (Sexy Line)ซิกแพค (Six Pack)ลักษณะเน้นเส้นแนวตั้ง 2 เส้นข้างลำตัว (ซ้าย-ขวา)เน้นก้อนเนื้อเป็นลูกๆ เรียงตัว (มักมี 6-8 ลูก)ความรู้สึกดูสุขภาพดี เฟิร์ม กระชับ มีความละมุน เป็นผู้หญิงดูแข็งแกร่ง ดุดัน กล้ามเนื้อชัดเจนมากปริมาณไขมันมีไขมันบางๆ ปกคลุมได้เล็กน้อย เพื่อความนวลต้องรีดไขมันออกให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อชัดความนิยมนิยมมากในผู้หญิงนิยมมากในผู้ชาย หรือผู้หญิงสายเพาะกาย ร่อง 11 หรือ Sexy Line สร้างได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?การทำ Sexy Line สามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดคือการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร นอกจากนี้ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการหัตถการ เช่นการดูดไขมัน (VASER Liposuction) ที่สามารถสร้างร่องกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน ทำให้เป็นวิธีการหนึ่งที่เหมาะสำหรับการทำร่อง 11 หรือ Sexy Line ได้เป็นอย่างดีดูดไขมัน Sexy Line ด้วยการดูดไขมันการดูดไขมันด้วย VASER Liposuction เพื่อสร้าง Sexy Line จะไม่ได้ทำเพื่อให้ไขมันบริเวณหน้าท้องออกเพื่อให้พุงยุบ แต่จะเป็นการศัลยกรรมดูดไขมันเพื่อสร้างร่องกล้ามเนื้อให้เห็นร่อง 11 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำการดูดไขมันให้เกิดร่องและเงาตามแนวกล้ามเนื้อ Linea Semilunaris ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกับการออกกำลังกายเพื่อปั้น Sexy Lineใครบ้างที่เหมาะกับการศัลยกรรม Sexy Lineการศัลยกรรม Sexy Line ด้วยวิธีการดูดไขมัน VASER Hi-Def Liposuction นั้นไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน การเตรียมความพร้อมก่อนทำ Sexy Line นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีไขมันหน้าท้องไม่เยอะมาก มีค่าดัชนีมวลกายปกติ และจะเหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแล้วแต่ปั้นร่อง 11 ไม่ขึ้น และมีผิวหนังไม่หย่อนคล้อยจนเกินไปขั้นตอนการศัลยกรรม Sexy Lineเมื่อร่างกายพร้อมและได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าเหมาะสมในการศัลยกรรม Sexy Line แพทย์จะทำการ:·    เตรียมตัวและดมยาสลบ  มักใช้วิธีดมยาสลบหรือฉีดยาชาพร้อมยานอนหลับ·    ใส่สารละลาย ฉีดน้ำเกลือผสมยาชาและยาหดหลอดเลือดเข้าไปที่ชั้นไขมัน·    สลายและดูดไขมัน แพทย์จะใช้เครื่องมือ VASER หรือเครื่องมืออื่นๆ ในการสลายไขมันให้เหลวและช่วยกระชับผิว·    ทำการ Etching โดยดูดไขมันเน้นบริเวณร่องกล้ามเนื้อให้บุ๋มลง และเหลือไขมันไว้บางส่วนเหนือก้อนกล้ามเนื้อให้นูนขึ้น·    เย็บแผล แผลจะมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 0.5 ซม.) ซ่อนอยู่ตามขอบกางเกงในหรือสะดือ  การดูแลพักฟื้นหลังทำ Sexy Lineแม้ว่าแผลการดูดไขมัน Sexy Line นั้นจะเล็กมาก แต่การดูแลพักฟื้นก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงลง การดูแลพักฟื้น จะมีขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้·    ชุดกระชับ (สำคัญที่สุด): ต้องใส่ชุดกระชับหน้าท้องตลอด 24 ชม. ในเดือนแรก และลดลงเหลือ 12 ชม. ในเดือนถัดไป เพื่อให้ผิวหนังแนบสนิทกับกล้ามเนื้อและลดบวม·    การทำแผล: เช็ดทำความสะอาดแผลทุกวัน ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7 วัน)·    งดของแสลง: งดแอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล เพื่อลดการบวมและการอักเสบ·    เลี่ยงกิจกรรมหนัก: งดยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก·    นวดกระชับ: หลังทำ 2 สัปดาห์ ควรเริ่มนวดเพื่อลดก้อนแข็ง (Induration) และทำให้หน้าท้องเรียบเนียนไวขึ้นดูดไขมันสร้างร่อง 11 หรือ Sexy Line ในประเทศไทยกับ Top Med Worldที่ Top Med World เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมที่หลากหลายรวมถึงการทำศัลยกรรมดูดไขมันสร้างร่อง 11 หรือทำ Sexy Line เราได้คัดสรรคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยและทั่วโลกด้านศัลยกรรมตกแต่งที่ช่วยแก้ปัญหารูปลักษณ์ของหน้าท้องให้ตรงตามที่ท่านต้องการ และตามการรักษาที่เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนำ เช่นID clinic ไอดี คลินิกWansiri Hospital โรงพยาบาล วรรณสิริโรงพยาบาล มาสเตอร์พีช Masterpiece Hospitalโรงพยาบาล กมลKamol Cosmetic Hospitalโรงพยาบาล กรุงเทพ Bangkok Hospital  หากท่านต้องการทราบข้อมูลทางบริษัท Top Med World ได้นำเสนอ แพ็คเกจราคา โปรโมชั่นพิเศษ ศัลยกรรมหัตถการ ของโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำของประเทศไทยและทั่วโลก ติดต่อเรา เพื่อการนัดหมาย พบแพทย์ หรือ ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์