วิธีสร้างซิกแพค get six pack

6 วิธีสร้างซิกแพค ที่เห็นผลจริง ปั้นได้ทุกเพศทุกวัย

วันที่ 11/02/2026

การสร้างซิกแพคให้เห็นผลจริง จำเป็นต้องทำ 3 อย่างควบคู่กัน คือ ลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายให้อยู่ในช่วงที่เห็นกล้ามหน้าท้องได้, ฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยแรงต้านอย่างต่อเนื่อง และควบคุมโภชนาการกับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมกับเพศและสรีระของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQ+ หากมี Body Fat อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ผู้ชายประมาณ 10–12% ผู้หญิงประมาณ 15–17%) ซิกแพคหรือร่อง 11 จะสามารถเห็นได้จริง และในกรณีที่มีกล้ามเนื้อแล้วแต่ยังมีไขมันบางส่วนปิดทับ การดูดไขมันแบบ Vaser Hi-Def ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ซิกแพคชัดขึ้นได้

บทความนี้ Top Med World ผู้ให้บริการ Medical Tourism ทั้งในประเทศไทยและเกาหลีใต้ จะพาคุณไปรู้จัก วิธีสร้างซิกแพคที่เห็นผลจริง แบบเป็นระบบ


Body Fat Percentage ปริมาณไขมัน

การลดไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) ที่เหมาะสมในการเห็นซิกแพค

ซิกแพคจะ “โผล่” ได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกล้ามหน้าท้องอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ เปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เป็นหลัก
เนื่องจากผู้ชายและผู้หญิงมีโครงสร้างร่างกายและการสะสมไขมันต่างกัน ค่า Body Fat ที่เห็นซิกแพคจึงไม่เท่ากัน

Body Fat Percentage โดยประมาณ

เพศ

เริ่มเห็นลาง ๆ (Tone)

เห็นชัด (Ripped)

ผู้ชาย

12–15%

ต่ำกว่า 10–12%

ผู้หญิง

18–20%

15–17%

ข้อควรระวัง: ผู้หญิงไม่ควรลดไขมันต่ำกว่า 13–15% เป็นเวลานาน เพราะอาจกระทบฮอร์โมนและรอบเดือนได้


ความแตกต่างในการสร้างซิกแพค ระหว่างผู้ชาย VS ผู้หญิง

การสร้างซิกแพคที่ได้ผล ต้องเข้าใจความแตกต่างของร่างกายทั้งสองเพศ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อรูปแบบซิกแพคที่เห็น

1. การสะสมไขมัน

  • ผู้ชาย: สะสมไขมันที่หน้าท้องก่อน (Android Fat)
  • ผู้หญิง: สะสมที่สะโพกและต้นขา (Gynoid Fat)
    ผู้หญิงจึงมักเห็นซิกแพคส่วนบนง่ายกว่า แต่ไขมันพุงล่างลดได้ยากกว่า

2. มวลกล้ามเนื้อ

ผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่า ทำให้สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้หนาและชัดกว่าในเวลาสั้นกว่า

3. โครงสร้างกล้ามเนื้อ

จำนวนลูกซิกแพค (4 / 6 / 8 ลูก) ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ไม่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยการออกกำลังกาย


วิธีสร้างซิกแพค เห็นผลจริง ผู้ชาย ผู้หญิง LGBTQ+

6 วิธีสร้างซิกแพค ที่เห็นผลจริง สำหรับทุกเพศทุกวัย

การสร้างซิกแพคที่ยั่งยืน ควรทำแบบเป็น Routine และผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน


1. ควบคุมแคลอรี่อย่างเป็นระบบ

แม้จะออกกำลังกายหนักแค่ไหน แต่ถ้ากินเกินพลังงานที่ใช้ ซิกแพคก็จะถูกไขมันปิดบังอยู่ดี

แนวทางที่แนะนำ

  • คำนวณค่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure)
  • ลดแคลอรี่ลงจาก TDEE ประมาณ 300–500 kcal/วัน
  • ใช้แอปหรือเว็บไซต์ช่วยคำนวณเพื่อความแม่นยำ

2. ทานโปรตีนให้พอ และปรับสัดส่วนสารอาหาร

โปรตีนช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อในช่วงลดไขมัน

  • โปรตีน: 1.6–2.2 กรัม / น้ำหนักตัว 1 กก.
  • เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันหวาน
  • ลดน้ำตาล ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป ลดไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) ได้ดีขึ้น

3. ออกกำลังกายแบบ Progressive Overload

กล้ามท้องก็ต้อง “โต” เหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่น

ตัวอย่างท่าที่แนะนำ

  • Cable Rope Crunch
  • Weighted Russian Twist
  • Sit-up + Plank แบบเพิ่มแรงต้าน

4. ทำ HIIT (High-Intensity Interval Training)

HIIT ช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง

  • วิ่งเต็มสปีด 30 วินาที
  • เดิน 30 วินาที
  • ทำ 15–20 นาที

ช่วยกระตุ้น EPOC (Afterburn Effect) ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ต่อเนื่องหลายชั่วโมงหลังออกกำลังกาย


5. นอนหลับให้พอ และจัดการความเครียด

การนอนน้อยหรือเครียดสูง จะเพิ่มฮอร์โมน Cortisol  ร่างกายจะเก็บไขมันที่หน้าท้องก่อนเสมอ

คำแนะนำ:

  • นอน 7–9 ชั่วโมง/คืน
  • ฝึกผ่อนคลาย เช่น หายใจลึก ๆ หรือทำสมาธิ

6. ดูดไขมันสร้างซิกแพค (Six Pack Liposuction)

สำหรับผู้ที่:

  • มีกล้ามหน้าท้องแล้ว
  • แต่ยังมีไขมันบาง ๆ ปิดร่องกล้ามเนื้อ

Vaser Hi-Def เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ซิกแพคชัดขึ้น

จุดเด่น

  • ใช้คลื่นอัลตราซาวด์สลายไขมันเฉพาะจุด
  • ดูดไขมันชั้นตื้น (Superficial Layer)
  • ปั้นลายกล้ามเนื้อแบบ Anatomical Sculpting

เหมาะกับใคร

  • คน BMI ปกติ
  • ผู้ชาย: 6-Pack คมชัด
  • ผู้หญิง: ร่อง 11 (Sexy Line)

สร้างซิกแพคแบบเห็นผลด้วย Vaser Hi-Def กับ Top Med World

Top Med World เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Medical Tourism และการดูดไขมันสร้างซิกแพค โดยมีเครือข่ายคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย เช่น

เราพร้อมดูแลตั้งแต่ ให้คำปรึกษา วางแผนการรักษา จนถึงการดูแลหลังทำ

ติดต่อ Top Med World เพื่อรับข้อมูลแพ็กเกจ ราคา โปรโมชั่นพิเศษ นัดหมายพบแพทย์ หรือปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ทันที