Genioplasty คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
วันที่ 10/02/2026
Genioplasty (Chin Augmentation) คือการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อปรับรูปทรงคางให้เกิดความสมดุลกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า แก้ไขปัญหาคางสั้น คางถอย คางเบี้ยว หรือคางไม่ได้สัดส่วน โดยแพทย์สามารถเลื่อนกระดูกคางไปด้านหน้า ด้านหลัง หรือปรับแนวคางให้เรียวสวยขึ้นได้อย่างถาวร ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ให้เหมาะสมกับโครงหน้าแต่ละบุคคล
ผู้ที่สนใจ ผ่าตัดเสริมคางในประเทศไทย มักมีคำถามว่า
Genioplasty มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง ใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน มีความเสี่ยงหรือไม่ และต่างจากการฉีดฟิลเลอร์คางอย่างไร รวมถึงคลินิกหรือโรงพยาบาลในประเทศไทยที่แนะนำมีที่ใดบ้าง
Top Med World ผู้ให้บริการด้าน Medical Tourism พร้อมให้คำแนะนำครบทุกขั้นตอน

Genioplasty (Chin Augmentation) คืออะไร
Genioplasty หรือ Chin Augmentation คือการศัลยกรรมปรับรูปทรงคางเพื่อให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลและได้รูปมากขึ้น เป็นการแก้ไขที่โครงสร้างกระดูกคางโดยตรง จึงให้ผลลัพธ์ที่ถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา เช่น
- คางสั้น หรือคางถอย
- คางเบี้ยว ไม่สมมาตร
- ใบหน้าดูกลม หน้าสั้น
- ต้องการปรับโครงหน้าแบบถาวร
การทำ Genioplasty ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำศัลยกรรมในประเทศไทย
Genioplasty มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
การผ่าตัดเสริมคาง Genioplasty แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
1. Sliding Genioplasty
เป็นการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง โดยแพทย์จะตัดกระดูกคางส่วนปลายแล้วเลื่อนตำแหน่งไปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน หรือด้านล่าง ตามความเหมาะสม จากนั้นยึดด้วยสกรูหรือเพลต
จุดเด่น
- ผลลัพธ์ถาวร ดูเป็นธรรมชาติ
- ปรับองศาและรูปทรงคางได้ละเอียด
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างคางชัดเจน
ข้อควรพิจารณา
- เป็นการผ่าตัดใหญ่
- ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าวิธีอื่น
2. Chin Implant
เป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคน วางบนกระดูกคางเดิม โดยไม่ต้องตัดกระดูก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวหรือความนูนของคาง
จุดเด่น
- ผ่าตัดง่าย
- ใช้เวลาน้อย
- พักฟื้นเร็ว
ข้อจำกัด
- ผลลัพธ์อาจไม่เป็นธรรมชาติเท่า Sliding Genioplasty
3. Chin Liposuction
Chin Liposuction จะเป็นการดูดไขมันบริเวณคางหรือใต้คาง เพื่อจัดรูปทรงให้คางและกรอบหน้าชัดเจนขึ้น มักทำร่วมกับ Sliding Genioplasty หรือ Chin Implant เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Genioplasty มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
การผ่าตัด Sliding Genioplasty จะทำภายใต้การดมยาสลบ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- การวางแผนการรักษา ใช้ X-ray หรือ CT Scan เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกและตำแหน่งเส้นประสาท
- การเปิดแผลผ่าตัด ส่วนใหญ่อยู่ด้านในช่องปาก บริเวณเหงือกล่าง เพื่อไม่ให้เห็นแผลเป็นภายนอก
- การปรับรูปทรงคาง แพทย์ทำการตัดและเลื่อนกระดูกคาง หรือใส่ซิลิโคนเสริมคาง
- การยึดกระดูก ใช้เพลตหรือสกรูขนาดเล็กยึดให้กระดูกคางอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
- การเย็บปิดแผล ใช้ไหมละลายเย็บแผลภายในช่องปาก
Genioplasty พักฟื้นกี่วัน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
โดยทั่วไป การพักฟื้นหลังผ่าตัด Genioplasty จะใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน เพื่อให้บวมยุบและเห็นรูปทรงคางชัดเจน
- 7 วันแรก: บวมและช้ำค่อนข้างมาก
- 10–14 วัน: อาการตึงยังมีอยู่บ้าง แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- อาการชาบริเวณคางหรือริมฝีปาก (อาจเป็นนานหลายเดือน)
- การติดเชื้อ
- กระดูกหรือซิลิโคนเคลื่อน หากได้รับการกระแทกแรง
- ผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับความคาดหวัง
การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้มาก
Genioplasty กับการฉีดฟิลเลอร์คาง ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Genioplasty และ การฉีดฟิลเลอร์คาง ได้แก่
- ผลลัพธ์: ผ่าตัดให้ผลถาวร / ฟิลเลอร์อยู่ชั่วคราว
- การพักฟื้น: ผ่าตัดใช้เวลานานกว่า
- การแก้ไขโครงสร้าง: Genioplasty แก้ที่กระดูกโดยตรง
- ราคา: ผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในระยะสั้น แต่คุ้มค่าในระยะยาว
คลินิก Genioplasty ในประเทศไทย กับ Top Med World
ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลาง (Hub) ด้านศัลยกรรมความงามระดับโลก รวมถึงการทำ Genioplasty หรือ Chin Augmentation ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทันสมัย และค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้มากกว่าประเทศตะวันตก
Top Med World คือที่ปรึกษาด้าน Medical Tourism ที่ช่วยดูแลผู้เข้ารับการผ่าตัดในประเทศไทยแบบครบวงจร โดยร่วมมือกับคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น
- ID Clinic
- Wansiri Hospital
- Masterpiece Hospital
- Kamol Cosmetic Hospital
- Bangkok Hospital
หากคุณต้องการข้อมูล แพ็กเกจราคา โปรโมชั่นพิเศษ หรือการนัดหมายพบแพทย์ (On-site / Online Consultation) ติดต่อ Top Med World เพื่อเริ่มต้นการวางแผนศัลยกรรมเสริมคางในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ