Big eyes surgery คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?
วันที่ 23/04/2026
ดวงตา เป็นจุดดึงดูดสายตาที่สำคัญที่สุดบนใบหน้าเลยก็ว่าได้ การมีดวงตากลมโต สดใส จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง รวมถึงทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แต่เชื่อว่าหลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงของตา เช่น ตาเล็ก ตาปรือ หรือตาที่ดูง่วงตลอดเวลา ถ้าหากอยากเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง มีวิธีไหนบ้างที่เห็นผลที่สุด? การทำ Big eyes surgery หรือการทำศัลยกรรมตาโต เป็นทางออกทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
Top Med World จะพาไปรู้จักว่าศัลยกรรมตาโต คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงอะไรที่ต้องรู้ ดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างไร มีระยะพักฟื้นนานเท่าไหร่
Big eyes surgery ศัลยกรรมตาโต คืออะไร?
Big eyes surgery คือการผ่าตัดปรับแต่งรูปทรงของตาเพื่อให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น กลมโตมากขึ้น ดูสดใส มีมิติ และมีความยาวที่สมส่วนกับใบหน้าที่ไม่ใช่แค่การทำตาสองชั้นทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกันเพื่อเปิดพื้นที่ของดวงตาในทิศทางต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตาเล็ก ตาตี่ หรือตาปรือให้ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่จะใช้ 4 เทคนิค
Big eyes surgery มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
การทำ Big eyes surgery จะต้องมีการประเมินก่อนว่าดวงตามีปัญหาอะไรบ้าง และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความประณีตของศัลยแพทย์ โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
การปรึกษาและประเมินโครงสร้างดวงตา: แพทย์จะทำการประเมินปัญหาดวงตาเดิม เช่น ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง และระดับความรุนแรงของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพื่อออกแบบดวงตาให้รับกับใบหน้า
การให้ยาชาหรือยาสลบ: โดยส่วนใหญ่จะใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับอย่างอ่อน เพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด
การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา: แพทย์จะทำการกรีดแผล (อาจจะเป็นแบบกรีดสั้นหรือกรีดยาว ขึ้นอยู่กับการประเมิน) จากนั้นจะทำการเย็บรั้งกล้ามเนื้อตา (Levator muscle) ให้ตึงขึ้น เพื่อให้เปลือกตายกขึ้นและเห็นตาดำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การทำหัตถการร่วม (ถ้ามี): หากคนไข้มีหนังตาปิดหัวตาหรือหางตาสั้น แพทย์อาจทำการเปิดหัวตาหรือหางตาร่วมด้วย
การเย็บปิดแผล: แพทย์จะทำการเย็บสร้างชั้นตาใหม่และปิดปากแผลด้วยไหมเส้นเล็กพิเศษ เพื่อให้เกิดรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
Big eyes surgery เหมาะกับใครบ้าง?
การศัลยกรรมตาโตไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนที่มีตาเล็กเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุดเกี่ยวกับดวงตา ดังนี้:
ผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือตาเล็กมาก: ต้องการให้ดวงตาดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้น
ผู้ที่มีเนื้อคลุมหัวตาหนา: ทำให้ดวงตาดูสั้นและดูเหมือนตาเหล่เข้าหากัน
ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: มีอาการตาปรือ ดูง่วงนอนตลอดเวลา หรือลืมตาได้ไม่เต็มที่
ผู้ที่มีหางตาชี้ขึ้นหรือสั้นเกินไป: ต้องการปรับลุคให้ดูหวานและเป็นมิตรมากขึ้น
ผู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้วแต่ยังไม่พอใจ: ต้องการให้ดวงตาเปิดกว้างและเห็นตาดำชัดเจนขึ้น

ความแตกต่างระหว่างทำตาสองชั้นปกติกับการผ่าตัดตาโต
การทำตาสองชั้น Eyelid surgery จะมีความแตกต่างที่ต้องรู้เมื่อเทียบกับการทำ Big eyes surgery
Big eyes surgery มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงไหม?
เช่นเดียวกับการศัลยกรรมทุกประเภท การทำตาโตมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ:
อาการบวมช้ำและรอยแดง: เป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัดและจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
อาการตาแห้ง: เนื่องจากการเปิดพื้นที่ดวงตาให้กว้างขึ้น ทำให้น้ำตาระเหยได้ง่ายขึ้นในช่วงแรก
ความไม่สมมาตร: ดวงตาสองข้างอาจมีขนาดหรือองศาที่แตกต่างกันเล็กน้อยในช่วงที่ยังบวมอยู่
แผลเป็น: โดยเฉพาะบริเวณหัวตาที่มีโอกาสเกิดรอยแดงหรือแผลนูนได้ง่ายกว่าจุดอื่น หากดูแลไม่ถูกวิธี
ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น การติดเชื้อ หรือเยื่อบุตาบวม (Chemosis) ซึ่งพบได้น้อยหากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดตาโต Big eyes surgery
การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ในช่วง 3 วันแรกควรประคบเย็น อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดอาการบวมและเลือดออก หลังจากวันที่ 4 เป็นต้นไปให้เปลี่ยนมาประคบอุ่น เพื่อช่วยสลายรอยช้ำและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ควรนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อช่วยให้อาการยุบบวมได้เร็วขึ้น
ระยะเวลาพักฟื้นหลัง Big eyes surgery
หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมตาโต Big eyes surgery แล้ว ระยะเวลาในการพักฟื้นอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ในเคสที่ซับซ้อนหรือมีการใช้เทคนิคเยอะ โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาพักฟื้นจะแบ่งตามช่วงเวลา ดังนี้
1-3 วันแรก: เป็นช่วงที่มีอาการบวมและช้ำมากที่สุด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
7-10 วัน: อาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นช่วงเวลาที่แพทย์มักนัดตัดไหม
2-4 สัปดาห์: แผลเริ่มแห้งสนิท สามารถเริ่มแต่งหน้าเบาๆ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
3-6 เดือน: ชั้นตาและรูปทรงดวงตาจะเริ่มเข้าที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ทำ Big eyes surgery กับ Top Med World ในประเทศไทย
ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านศัลยกรรมความงามระดับโลก โดยเฉพาะการศัลยกรรมตาที่มีเทคนิคทันสมัยและศัลยแพทย์ที่มีความประณีตสูง การเลือกทำ Big eyes surgery ในประเทศไทยจึงมอบความคุ้มค่าทั้งในด้านราคาและคุณภาพการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล
ที่ Top Med World เรามุ่งมั่นคัดสรรเฉพาะคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่พึงพอใจสูงสุด พันธมิตรของเราประกอบด้วยสถานพยาบาลชั้นนำ เช่น:
- ID Clinic (ไอดี คลินิก)
- Wansiri Hospital (โรงพยาบาลวรรณสิริ)
- Masterpiece Hospital (โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช)
- Kamol Cosmetic Hospital (โรงพยาบาลกมล)
- Bangkok Hospital (โรงพยาบาลกรุงเทพ)
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น สามารถติดต่อสอบถามแพ็คเกจและโปรโมชันพิเศษผ่านทาง Top Med World เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและนัดหมายแพทย์ได้อย่างสะดวกสบาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Big eyes surgery
1. ทำ Big eyes surgery แล้วตาจะดูหลอกหรือดูไม่เป็นธรรมชาติไหม?
หากทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีการออกแบบที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมาก ดวงตาจะดูสดใสขึ้นโดยไม่ดูเหมือน "ตาหอยแครง" หรือดูแข็งจนเกินไป
2. การทำ Big eyes surgery เจ็บไหม?
ในระหว่างการผ่าตัดจะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดหรือยาสลบ ทำให้ผู้เข้ารับบริการไม่รู้สึกเจ็บ แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือปวดเล็กน้อยหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
3. ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมตาโตอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการทำ Big eyes surgery จะอยู่ได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตาม รูปทรงของดวงตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้นและความหย่อนคล้อยของผิวหนังตามธรรมชาติ
4. หลังผ่าตัดกี่วันถึงจะแต่งหน้าได้?
ควรงดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาจนกว่าจะตัดไหมและแผลแห้งสนิท ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคืองต่อแผลผ่าตัด